2006/Oct/11


Talk To Her หรือ Hable con Ella
ภาพยนต์ระดับมาสเตอร์พีซที่ลืมไม่ลงของ
เปรโด อัลโมโดบาร์ ผู้กำกับที่โด่งดังที่สุดของเสปน
คงจะนำพาความรันทด สู่ใจผู้ชมพร้อมกับความตื่นตะลึง
ในวิธีการเล่าเรื่องที่แสนงามสง่าเหมือนหงส์ที่ปรากฏกาย
กลางท้องถนนที่พลุกพล่านเหมือนกับเป็นดวงตะวัน
ที่ค่อยๆ ปรากฏกายก่อนจะลาลับท่ามกลางผืนดินสีส้ม
ที่ทอดยาวของเสปน

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆคนคนอาจจะติดใจเสียยิ่งกว่าตัวหนัง
เห็นจะเป็นฉากๆหนึ่งในเรื่อง นางเอกพาพระเอกไปที่งานเลี้ยง
แห่งนึงซึ่งจัดที่สวนหน้าบ้าน ผู้คนกำลังล้อมวงฟัง
นักดนตรีดีดกีตาร์สไตล์ละติน ที่เรียกกันว่า El Mariachi
นักดนตรีที่แต้มใบหน้าเฉยเมยด้วยริ้วรอยกำลังร้องเพลงเสปน
เพลงหนึ่ง ฉากนี้ผู้กำกับจงใจทิ้งไว้อย่างยาวนาน
จนจวนจะกลายเป็นการถ่ายทำคอนเสิร์ต
จนเรา(หรือใครๆ)คงข้องใจว่ามันมีความหมายขนาดนั้นเลยเหรอ


แต่พอเพลงแล่นมาถึงท่อนฮุค แม้จะฟังไม่ออก
แต่ความหอมหวนอ้อยอิ่ง ของท่วงทำนองนั้นก็แทบเข่นฆ่า
ลมหายใจผู้ฟังให้ขาดผึง! แล้วในเรื่อง พระเอกก็น้ำตาไหลออกมา

ไม่ได้ร้องไห้ด้วย แค่น้ำตาไหล.

ฉากนี้จบลงที่พระเอกเดินหนีออกมาจากกลุ่มคน
คล้ายกับทนฟังต่อไม่ได้ แล้วเรื่องก็ดำเนินต่อไปในอีกทิศทางหนึ่ง

นับจากดูครั้งแรกเราก็เก็บความสงสัยมาเป็นเวลาหลายปี
ว่าเพลงนั้นมันคืออะไร จนอินเตอร์เน็ตมีกูเกิ้ล(นานไปป่าววะ)
และโลกนี้มีโปรแกรมโหลดเพลง(เพราะคงหาซื้อไม่ได้)
เราจึงได้ฟังเพลงนี้เต็มๆเมื่อไม่นานมานี้
ความรู้สึกลมหายใจแทบหมดตอนฟังก็ไม่ต่างจากเดิม

เพลงนี้ชื่อ Cucurrucucu Paloma เป็นเพลงดั้งเดิมของเสปน
และเป็นที่รู้จักทั่วโลกละติน มีการนำไปขับร้องหลายต่อหลายเวอร์ชั่น
นับกันไม่หวาดไม่ไหว ก็ประเทศที่ใช้ภาษาเสปน บนโลกเรามีมากมาย
เปรียบไปก็น่าจะคล้ายๆเพลงของสุนทราภรณ์ที่ถูกร้องซ้ำแล้วซ้ำอีก

ใน Talk to Her คนที่ร้องในฉากนั้นคือ Caetano Veloso
ศิลปินเสปนที่มีชื่อเสียง ให้เกียรติมาแสดงเอง
มาพรมลมหายใจที่อ่อนหวานลงบนเส้นกีตาร์ที่บางเฉียบ
ส่วนตัวเพลงดั้งเดิมแต่งโดย Tomás Méndez เมื่อกว่า 40 ปีมาแล้ว
ใครก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ และยิ่งได้พบเวอร์ชั่นต่างๆของเพลงนี้
ยิ่งพบว่า เราเคยได้ฟังมันแล้วหลายครั้ง ในภาพยนต์หลายเรื่อง
ตั้งแต่ El Mariachi หนังต้นฉบับดั้งเดิมในตอนที่ไม่มีทุน
ของหนังดังโคตรๆอย่าง Desperado ของโรเบิร์ต โรดิเกวซ
มันยังเคยเป็นเพลงประกอบ Mulholland Drive



และที่เจ๋งมากๆคือมันเคยปรากฏในหนัง Happy Together
ของหว่องกาไวเสียด้วย แน่นอนหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนโปสการ์ด
ที่ซึมเศร้าของหว่อง จากบัวโนสไอเรส เพลงๆนี้
จึงเป็นส่วนผสมชั้นดีของหนัง

นี่เป็นฉากดังกล่าวในเรื่อง Talk to Her
และต่อจากนั้นคือความพยายามในการถอดความ
เป็นภาษาไทย เพื่อจะได้เข้าใจสักทีว่าความหมาย
ของเพลงนี้ต่อหนัง หลายต่อหลายเรื่องที่มันไปปรากฏ
คืออะไรกันแน่



Cucurrucucu Paloma


Dicen que por las noches
Nomas se le iba en puro llorar,
Dicen que no comia,
Nomas se le iba en puro tomar,
Juran que el mismo cielo
Se estremecia al oir su llanto;
Como sufrio por ella,
Que hasta en su muerte la fue llamando


Ay, ay, ay, ay, ay,... cantaba,

Ay, ay, ay, ay, ay,... gemia,

Ay, ay, ay, ay, ay,... cantaba,

De pasión mortal... moria


อายยา.ยายยา ยาา.. คนตาบา
อายยายาย.ยา ย..ยา เกมีอาาา
อายยายา..ยยา ยา า.. คนตาบา
เด ปาสิอน มนตราล มอรีอา...


Que una paloma triste
Muy de manana le va a cantar,
A la casita sola,
Con sus puertitas de par en par,
Juran que esa paloma
No es otra cosa mas que su alma,
Que todavia la espera
A que regrese la desdichada


Cucurrucucu... paloma,

Cucurrucucu... no llores,

Las piedras jamas, paloma

¡Que van a saber de amores!

Cucurrucucu... cucurrucucu...

Cucurrucucu... paloma, ya no llores


คูคคูรูค.คุคคู.รร... ปาโลมา
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. โน โญเรลเลสฺ
ลาสฺ ปิเอดราสฺ ญามาสฺ ปาโลมา
เก แฟนา ซาเบรฺ เด อาโมเรสฺ
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. คูคคูรูค.
คุคคู.รร คูคคูรูค.คุคคู.รร... ปาโลมา ยา โน โญเรลเลสฺ


ถอดความ


เสียงลือเสียงร่ำกัน ว่ายามค่ำคืน
เจ้าได้แต่ร้องร่ำคร่ำครวญ
ซ้ำเจ้ายังไม่ยอมนอนยอมกิน
ได้แต่ดื่มเหล้าเสียเมามาย
ร่ำร้องกันว่า แม้เบื้องบนยังครวญคร่ำ
ยามยินเสียงเจ้าน้ำตานอง
ขมขื่นเพียงใดหรือ,เจ้าเอย
นางลาลับไปพร่ำเรียกเจียนตาย มิหวนคืน


อายยา.ยายยา ยาา.. เจ้าร้องเพลง

อายยายาย.ยา ย..ยา เจ้าร้องไห้

อายยายา..ยยา ยา า..เจ้ายังร้องเพลง

เจ้าร้องเจียนตาย ใยเล่าเขาไม่เหลียวมอง


พิราบกระพือปีกซึมเศร้า
โผผินมามาผิวเพลงยามเช้านั่นอย่างไรเล่า เจ้าเอย
สู่เรือนหลังน้อย
สู่หน้าต่างบานกว้าง เปิดอ้า
ร่ำร้องกันว่า พิราบนั้นใยไม่เหมือนตัวเจ้าเล่า
ซึมเศร้าถึงวิญญาณ
มันยังเฝ้ารอนางนั้นหวนกลับ โอ...


คูคคูรูค.คุคคู.รร... พิราบเอย

คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. อย่าร้องไปเลย

ก้อนหินมิอาจร่ำไห้ รู้บ้างไหม พิราบเอย

เจ้ารู้อันใดบ้างไหมเล่า ในเรื่องรัก .


...............

พยายามคงอรรถรสเนื้อความเดียวกับอารมณ์เพลง
ให้มากที่สุดเท่าที่ความสามารถจะมีแล้วล่ะครับ
ชื่อเพลงที่ฟังดูตลก คูคูรุคุคู ปาโลมา
ไม่ได้แปลว่าปลาโลมา แต่มันคือ นกพิราบและ
เสียงนกพิราบขันคูนั่นเอง คงคล้ายๆ
โน่นแน่ะนกเขาคู จุ๊ก จุ๊กกรูบ้านเรา
แต่นี่เป็นนกพิราบ กระพือปีกบินมาปลอบ
ชายหนุ่มที่เจียนตายเพราะสูญเสียความรักไป

ช่างเป็นความเศร้าที่งามสง่าเสียจริง ว่าไหมครับ




 

2006/Oct/06



มันคือช่วงค่ำของวันใดวันหนึ่งปลายฤดูฝน

เรากดปุ่ม Play


จากความเงียบ เพลง Autumn Leaves ของศิลปินแจ๊ซชั้นครู

อย่าง ไมลส์ เดวิส ร่วมกับจอห์น โคลเทรน ค่อยๆดังขึ้น

มันคือเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีบรรยายถึงใบไม้แห้งๆ

ลอยละล่องเบาๆ ในอากาศฤดูใบไม้ร่วง

และ 10 นาที คือความยาวของมัน


ขณะที่เพลงอันเปลือยเปล่าไร้เสียงร้องดำเนินไปอย่างเอื่อยๆ

หูเราเริ่มสังเกต นอกจากเสียงดนตรีบางเบานั่นแล้ว

ยังมีอีกเสียงหนึ่ง ดังอยู่อย่างสม่ำเสมอ


...ซ่า...

...เสียงฝน


ฤดูฝนทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง

เสียงพรำของมันกำลังประสานกับ ไมลส์ เดวิส

แล้วไม่นาน เสียงซ่าสาดดังเป็นระยะๆก็แทรกเข้ามา

มันคือเสียงรถที่วิ่งบนถนนเปียกปอน

ผ่านจากไกล จนไกล้เข้ามา ซ่า... แล้วค่อยๆจางไป

มันไม่เคยดังสม่ำเสมอ เดี๋ยวว่างเว้น เดี๋ยวติดต่อกัน

ท้องถนนเปียกปอนกำลังประสานด้วยอาการอิมโพรไวซ์

นักดนตรีผู้อาจหาญอิมโพรไวซ์กับแจ๊ซชั้นครู!


เสียงดนตรีฤดูใบไม่ร่วง เสียงประสานของฝนพรำ

กับทำนองของถนนที่เปียกแฉะ

กลายเป็นแจ๊ซของธรรมชาติและมนุษย์

ที่ไม่มีนักดนตรีคนใดคิดจะเล่น


และกลายเป็นความไพเราะที่ไม่สามารถกดปุ่ม Play ได้ตามใจชอบ



*

ไมลส์ เดวิส

Autumn Leaves โดย Miles Davis บันทึกเสียงแรกสุดเมื่อ มีนาคม ปี1958
แต่เวอร์ชั่นที่น่าทึ่งที่สุดคงไม่พ้น บันทึกการแสดงสดของไมลส์ เดวิส ร่วมกับ จอห์น โคลเทรน
2 นักดนตรีแจ๊ซอมตะนิรันดร์กาลในประวัติศาสตร์ ในช่วงปี 1960
เสียงเครื่องดนตรีที่เล่นจาก"มือ"ของทั้งคู่(อ้อ ปากด้วย) เป็นภาพของ ใบไม่ร่วงหล่น
ละลิ่ว ไร้ทิศทาง คล้ายกับเราหยั่งเท้าอยู่ในความว่างเปล่าไร้ที่ยึดเหนี่ยวของชีวิตยังไงยังงั้น

จอห์น โคลเทรน

ช่วงปลายฤดูฝนนี้ เป็นบรรยากาศของพายุช้างสาร
ที่ลดระดับความรุนแรงลงเหลือแค่พายุช้างน้อย
ทำให้กรุงเทพเปียกปอนไม่มีหยุดหย่อน เราซึ่งอาศัยอยู่ตึกริมถนน
ดึกดื่นก็ยังพอมีรถรา ซู่ซ่าเสียงฝน ถึงจะเคยชินจนไม่รู้สึกว่าหนวกหูแล้ว
แต่นานๆหนก็รำคาญขึ้นมาตงิดๆ เลยต้องพยายามหาความสุนทรีย์จากมันสักหน่อย
ลองเปิดหลายเพลงผสมกับเสียงท้องถนนแล้ว
จึงค้นพบว่าเพลงนี้เวิร์คสุดในตอนฝนตก

ขอบคุณพายุช้างน้อยครับ.



2006/Sep/26


ถ้อยคำ


ล่องลอยไหลรินมาดั่งสายฝนที่ไม่มีวันหยุดตก

สู่มหาสมุทรที่แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า

ไหลลิ่วมา ระเรี่ยแสงที่อาบพื้นน้ำ

ข้ามขอบเขตของห้วงจักรวาล


ณ ชายฝั่งของความเศร้า

คลื่นแห่งความยินดี ร่อนเร่มาจนถึงหัวใจฉัน

ครอบครองและโอบกอดเราเอาไว้


แสงสว่างระยิบพื้นน้ำ พร่าตาเรา

คล้ายมีดวงตานับล้านร่ายรำอยู่รายรอบ

พลางส่งสียงเรียกเรา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...


ความนึกคิดที่ลดเลี้ยว คล้ายสายลมที่ไม่เคยหยุดพัดโหม

ถาโถมสู่ลมหายใจ สูดเอาแสง คลื่น ละอองไอลม

...ล้มลุกคลุกคลาน

ขณะมองหาหนทางที่จะพาข้ามห้วงจักรวาล


เสียงหัวเราะ ต่อเฉดสีของโลก ณ สุดของชายฝั่งที่ร้างผู้คน

เปล่งแสงทักทายดวงตาของเรา ที่เฝ้ามอง


ความรักที่ไม่มีวันหมดสิ้น ส่องแสงเป็นประกายรอบตัวเรา

ดุจดวงอาทิตย์นับล้านดวงฉายซ้ำ และเรียกชื่อฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นอกเหนือขอบเขต ข้ามห้วงจักรวาลไกลโพ้นมา...


Nothing ' s gonna change my world

...Nothing ' s gonna change my world...



*
Across the Universe บทเพลงอมตะของจอห์น เลนนอน
อยู่ ก็ดังขึ้นในหูผม ขณะเดินไปให้ถึงปลายสุดของแหลมพรหมเทพ
(ถึงที่ดังในหูนั่นจะเป็นของเวอร์ชั่นของฟิโอน่า แอปเปิ้ลก็เถอะ เหอะ เหอะ)

คำข้างบน เขียนขึ้นหลังจากวันนั้นไม่นาน เมื่อยังนอนเล่นที่กะปง
ใช้เนื้อหาเดียวกันกับเพลงของจอห์น นอนเล่นเพลงนั้นนั่นแหละ
ส่วนรูปนี้ ถ่ายโดยพี่ชายผมเองน่ะ เย็นวันที่เข้าไปซื้อของที่ภูเก็ตกัน
มีเวลาก็เลยขับรถเที่ยว จนเลยไปถึงฟากแหลมพรหมเทพ


นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดที่สายตาเคยเห็นมา
มหาสมุทรกว้างข้างหน้าย้ำเตือนความรู้สึกเล็กจ้อย
ไร้อำนาจ และความจริงที่ว่าเราเป็นแค่ผงธุลี

ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของมหาสมุทร
สงครามยังดำเนินไม่หยุดหย่อน
คล้ายกับเราไม่เคยเล็กจ้อยเป็นผงธุลีแบบนั้นเลยจริงๆ