2007/Apr/19


ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว

เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง

ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม

ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด

ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเอง

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด

เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น

มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการ

จากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ

มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป


ไม่คิดหรอกว่า การโต้ตอบด้วยศิลปะ

มันจะซาบซึมเข้ามันสมองของพวกเขา

, ด้วยไม่แน่ใจว่า พวกเขามีสมองไว้ซึมซาบสิ่งใดหรือไม่

แต่ขอเป็นหนึ่งเสียงแผ่วๆทวงถามด้วยอีกสักคนก็แล้วกันว่า

ศิลปะ ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์

แต่หากบางคนไม่เพียงขาดศิลปะ หนำซ้ำยังทำลายมัน

ยังสมควรจะนับเป็นมนุษย์อยู่ไหม

หรือพวกเขาเป็นสัตว์?

ปล.ขออภัย หากการเอ่ยอ้างคำ"ศิลปะ"จะดูน่าหมั่นไส้

สำหรับท่านที่มีเม็ดเลือดทางวัฒนธรรมต่ำ

2007/Jan/09


Blogtag คือ อะไร

อธิบายสั้นๆคือ ให้เราเขียนเล่าเรื่องของตนเอง 5 อย่างอะไรก็ได้
จากนั้นก็ส่งคำเชิญไปให้คนอีก 5 คนเพื่อให้เขาได้แชร์เรื่องราวของเรา

และเล่าเรื่องราวของตนเองต่อไป....
ในการนี้ ผมได้รับเกียรติจากคุณปรัชญา
เจ้าของ Iannnnn.com อันเลื่องชื่อ
ให้เข้ามาอยู่ในวังวนของบล๊อคลูกโซ่นี้
ขอเล่าเรื่องของตนเองแล้วกันครับ

(ผมที่ว่านี่คือหมอแมวนะครับ ไปก็อบของหมอแมวมา ไม่ลงทุนเลยมึง)


มีคำจะอธิบายสิ่งอื่นตั้งเยอะแยะ แต่พอจะมาอธิบายตัวเองแล้ว
ดันจนในถ้อยคำ พยายามนึกหาสาเหตุอยู่ แต่ก็ไม่อยากดูเป็นคนเรื่องมาก
หรือพวกทำตัวลึกลับให้ดูเท่ๆ เลยจะลองเขียนดู อุ้ย นี่ไงได้ข้อนึงแล้ว


ชื่อเล่นว่าเก้อ ที่มาจากรอเก้อ ฟังดูไม่เป็นมงคล แต่ก็ชอบความหมายของมัน
ส่วนชื่อจริงที่ว่าน้ำเพชรนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เพราะถูกจัดอยู่ในสารบบ
ชื่อผู้หญิงแน่นอน ยังไงก็ตาม ชอบชื่อนี้มาก และเคยถามคนตั้งว่า
ความหมายของมันคืออะไร หากเราไปเปิดบรรดาหนังสือตั้งชื่อต่อมิอะไรนั่น
มันจะบอกว่า อัญมณีเพชรที่มีค่าดุจเพชรน้ำหนึ่ง แต่บิดากลับบอกว่า
มันเป็นคู่ของคำที่ตรงข้ามกัน น้ำ-อ่อน เพชร-แข็ง
ถ้าหากคนๆนึง ประกอบด้วยสองสิ่งนี้ อ่อนๆ-แข็งๆ
ก็น่าจะเพลินดีไม่ใช่น้อย


ถูกเลี้ยงดูมาให้เคารพในตนเองมาก เผลอๆจะสอนให้ลูกเป็น
ฮิปปี้บุพผาชนซะงั้น บิดามารดาไม่เคยดุด่า ถ้าเราไม่เห็นด้วยเรื่องไหนก็
อธิบายกลับไปโดยพลัน โดยไม่ยึดถือว่าพ่อแม่ต้องถูก
ดังนั้นจึงคล้ายกับถูกเลี้ยงมาให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

อีกอย่างหนึ่ง แม่มักบอกว่า "ถ้าเป็นที่ที่มนุษย์เค้าไปกัน ไปเลย"
นั่นแปลว่าที่ไหนในโลกถ้ามนุษย์คนอื่นเค้าอยู่ได้ ก็ทำไมเราจะไปไม่ได้
และแปลอีกอย่างได้ว่าผมยังไม่สามารถไปดาวอังคารได้

อ้อ แม่ผมจบศิลปากร แต่เมื่อสัก 30 ปีมาแล้วนะ


เอาล่ะถึง ม.6 แล้ววุ้ย (ไวจังวะ) ไม่รู้เหมือนกันว่าความคิดพวกนี้
มันเริ่มมาจากตอนไหน ไม่น่าจะเกี่ยวกับที่แม่ รูปรับปริญญาเก่าคร่ำสีซีด
แขวนบนฝาบ้านที่เขียนข้างบนว่า ศิลปากร 2519 นั้น
ก็แทบจะไม่เป็นที่สังเกตสำหรับเราเลยด้วยซ้ำ

อยู่ๆก็คิดว่า จะเรียนออกแบบ และแน่นอนต้องเป็นศิลปากร
เอ ไม่สิ ไม่ได้คิดอะไรเลยมากกว่า ดูเหมือนทุกอย่างในชีวิต
มันนำพามาทางนี้เองโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ไปอ่านบันทึก
ที่เขียนไว้ตั้งแต่เมื่อขึ้นม.4 หมาดๆ มันก็ถูกเขียนไว้ว่า "จะเข้ามัณฑนศิลป์"
ด้วยตัวหนังสือที่ใหญ่เป้งแล้ว ดังนั้นไม่มีอะไรต้องลังเล
ไม่มีอะไรต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด มันเป็นจุดหมายที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

เราเลือกภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ของคณะนี้อันดับเดียว
และหลังจากนั้น ก็คล้ายกับได้พบบ้านอีกหลังหนึ่งยังไงยังงั้น
จริงๆจะเรียกว่าบ้านคงไม่ถูก เพราะมันคือวังนี่นา วังท่าพระ
แต่นั่นแหละ ความหมายของบ้านเป็นแบบไหน
ความรู้สึกเราต่อที่นี่ก็เป็นแบบนั้นแหละ เพียงแต่สมาชิกในครอบครัว
อาจเยอะและมักทำตัวนอกลู่นอกทางเลอะเทอะ
กันไปหน่อยไปหน่อยแค่นั้นเอง

และเอาล่ะ สุดท้ายตอนนี้หลังจาก 30 ปีผ่านไป
ที่ผนังบ้าน..ข้างรูปที่เก่าซีดนั่น ก็มีรูปสีสดๆ
เขียนข้างบนว่าศิลปากร แขวนเป็นเพื่อนแล้ว


ตั้งความหวังอย่างนึงไว้ว่า ไม่ว่าอายุจะเท่าไร ก็จะยังเป็นวัยรุ่นอยู่อย่างนี้
หากอายุสัก 60 ก็จะบอกว่าเป็นวัยรุ่น แค่เป็นวัยรุ่นที่อายุมาก แค่นั้นเอง

และถ้าอยู่ได้ถึง 120 ก็อาจจะได้ตำแหน่งวัยรุ่นที่อายุมากที่สุดในโลกก็ได้


ทำยังไงดีครับ บังเอิญเป็นคนขี้เกรงใจ ยังไม่อยากส่งต่อให้ใครตอนนี้
ไปถามให้ได้ครบ 5 คน ก่อนค่อยส่งแล้วกัน


เอวังด้วยประการฉะนี้



2006/Nov/09


ปีเตอร์ ซาวีลลย์ 
Peter Saville


หนึ่งในนักออกแบบกราฟิกผู้เป็นตำนานของเกาะอังกฤษ
ที่ผสมผสานทั้ง วิถีชีวิตของโพสต์โมเดิร์นชน ศิลปะคลาสสิค
และกลิ่นฉุนอันเย้ายวนของแฟชั่นเข้าด้วยกัน
จนกำเนิดทิศทางในการออกแบบที่ทรงอิทธิพล
ต่อวงการออกแบบอังกฤษของคนชั่วรุ่น 90
พอๆกับดนตรีบริทร็อค ที่ดูเหมือนจะครองโลกอยู่ในช่วงเวลานั้น

Peter Saville จบด้านกราฟิกดีไซน์จากแมนเชสเตอร์
และกระโจนเข้าสู่แวดวงงานดีไซน์ปกอัลบั้มเพลง แน่นอนดนตรีคือเสียง
และในยุคนั้นดนตรีอังกฤษคือเสียงที่ไม่ธรรมดา หากเป็นเสียงที่ดังก้องทั่วโลก

ผลงานที่โด่งดังในช่วงแรก ของการออกแบบกลางยุค 80
อย่าง จอยดิวิชั่น นิวออร์เดอร์ ในเมื่ออัลบั้มเหล่านี้โด่งดัง
ภาพที่ทำให้คนจดจำคือผลงานออกแบบที่ Peter Saville บรรจงสร้าง
เค้าจึงกลายเป็นคนสร้างโฉมหน้าของวงการดนตรีอังกฤษไปโดยปริยาย

ข้ามมาถึงยุคสมัยที่เรียกได้ว่าวงร็อคอังกฤษปกครองโลก
อย่างในช่วงต้น 90 ปกของ Peter Saville ก็กลายเป็นสิ่งที่ศิลปินมากมาย
ต้องการมาขยายความเสียงดนตรีของตน
และทำให้ซาวีลลย์ เป็นดั่งร็อคสตาร์...ที่ไม่ได้จับไมค์


อัลบั้ม Power Corruption and Lies
ศิลปิน New Order ปี 1983


ซิงเกิ้ล True Faith single
ศิลปิน New Order ปี 1987


อัลบั้ม Coming Up
ศิลปิน SUEDE ปี 1996


ซิงเกิ้ล Lazy
ศิลปิน SUEDE ปี 1997


อัลบั้ม Head music
ศิลปิน SUEDE ปี 1999


อัลบั้ม Leisure Noise
ศิลปิน GAY/DAD ปี 1999


อั้ลบั้ม Blissimo
ศิลปิน ilya ปี 2004


อัลบั้ม This is Hardcore
ศิลปิน Pulp ปี 1998


อัลบั้ม We love life
ศิลปิน PULP ปี 2001


อัลบั้ม PULP HITS
ศิลปิน PULP ปี 2002


ณ ปัจจุบันที่การออกแบบกราฟิกเต็มไปด้วย Lifeless Graphic
เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหรือปล่าว? หรือเพราะเวคเตอร์?

ถ้าอย่างนั้นงานเหล่านี้คงราวกับพูดกับเราว่า
กราฟิกไม่ได้มีชีวิตอยู่แค่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

แต่มันมีชีวิตของมันเอง.





*

ปีเตอร์ ซาวีลล์ นักออกแบบที่ประทับใจมาเนิ่นนาน
เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้ ชอบงานออกแบบ
เพราะในช่วงวงดนตรีพวกนั้นกำลังฉายแสง
เราก็เป็นเด็กกบาลเกรียน นักเรียนไทย ม.ต้นคนนึง
ที่วันๆเก็บตังซื้อเทปอย่างเดียว แล้วด้วยความที่ยังเด็ก
ไม่สันทัดในภาษา ต้องการเข้าใจสิ่งที่ศิลปินร้อง
จึงต้องเอาปกเทปพวกนั้นมากางดู และดูรูปประกอบเพื่อทำความเข้าใจ
จึงลงเอยด้วยการตกหลุมรักมันขึ้นมา
ทั้งยังเป็นพื้นฐานรสนิยมในการมองความงามจนถึงปัจจุบัน

ในตอนนั้นก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าสิ่งเหล่านั้นจะนำพาเรามาถึงนี่
แต่ไหนๆก็เลยเถิดหลวมตัวมาแล้วพอกลับไปมองจุดเริ่มต้น
ที่ดูเป็นเรื่องเล็กๆ ก็มีความสุขดีเหมือนกันนะ